บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก 2019

กลุ่มที่ 5 นางเล็ดสมุนไพร

รูปภาพ
กลุ่มที่ 5 นางเล็ดสมุนไพร นางเล็ด            จากอดีตจนถึงปัจจุบัน  เราจะได้รับการสั่งสอนมาเสมอว่ากินข้าวต้องให้เกลี้ยงจาน เพราะกว่าชาวนาจะปลูกข้าวแต่ละเม็ดได้นั้นต้องใช้หยาดเหงื่อแรงงานมาก  อีกทั้งกว่าต้นข้าวจะเติบโตออกรวงก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายเดือน  ผู้ใหญ่สมัยก่อนจึงคิดวิธีการถนอมอาหารต่าง ๆ ไม่ว่าจะทำเค็ม หมัก ดอง ย่าง ตากแห้ง สำหรับเนื้อสัตว์ ผัก และธัญญาหารที่รับประทานไม่หมด  สำหรับข้าวนั้น วิธีหนึ่งที่ใช้เมื่อรับประทานไม่หมดคือ ประดิษฐ์ให้เป็นอาหารจานใหม่ เช่น ขนมนางเล็ด  ที่ทำจากข้าวเหนียวนึ่งที่รับประทานไม่หมด  สารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่ม ๑๕  อธิบายไว้ว่า           นางเล็ด  เป็นชื่อขนมชนิดหนึ่ง  ทำจากข้าวเหนียวนึ่ง  นำมาทำเป็นแผ่นกลมขนาดย่อม ๆ  ตากให้แห้งสนิท  แล้วทอดกรอบ  โรยหน้าด้วยน้ำตาลเชื่อมแก่ ๆ  ที่เดิมใช้น้ำตาลมะพร้าว หรือน้ำตาลโตนด (ที่ปัจจุบันเรียก น้ำตาลปีบ)  ต่อมามีการใช้...

กลุ่ม 4 น้ำพริกกากหมูซิ่ง....แซบเวอร์

รูปภาพ
กลุ่ม 4 น้ำพริกกากหมูซิ่ง....แซบเวอร์ ความเป็นมา น้ำพริก น้ำพริก มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยคำว่า "น้ำพริก" มีความหมายมาจากการปรุงด้วยการนำสมุนไพร พริก กระเทียม หัวหอม เครื่องเทศกลิ่นแรง มาโขก บด รวมกัน เพื่อใช้สำหรับจิ้ม โดยมี ดอกแค มะเขือยาว แตงกวา ถั่วฝักยาว มะเขือม่วง ถั่วพู สัตว์น้ำต่าง ๆ เช่น ปลา กุ้ง คนในสมัยก่อนนิยมรับประทานสัตว์น้ำมากกว่าสัตว์บก จึงอาจคิดค้นน้ำพริกขึ้นเพื่อเพิ่มรสชาติ และดับกลิ่นคาวต่าง ๆ น้ำพริกถูกใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่าง ๆ หรือใช้ในการรับประทานเป็นกับข้าวก็ได้ และยังได้รับความนิยมมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน สำหรับน้ำพริกแบบทีใช้เป็นเครื่องปรุงส่วนผสมนั้น เกิดขึ้นเพราะอาหารไทยจำพวกแกง จำเป็นที่จะต้องมีส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีการทำที่ค่อนข้างซับซ้อน ผู้ปรุงจึงคิดทำน้ำพริกขึ้นเพื่อรวบรวมส่วนผสมต่าง ๆ นั้นเข้าด้วยกัน เป็นการลดขั้นตอนการปรุงลง และยังสามารถทำเก็บไว้ได้ในจำนวนมาก ในปัจจุบันได้มีการนำน้ำพริกชนิดต่าง ๆ มาดัดแปลงเป็นอาหารหลากหลายประเภท รวมถึงนำมาผัดกับข้าว เช่น ข้าวผัดน้ำพริกนรก ข้าวผัดน้ำพริกปลาทู เป็นต้น ...

กลุ่ม 2 แหนมซิ่ง แหนมข้าวไรซ์เบอรี่ ผสมดอกเกลือ

รูปภาพ
กลุ่ม 2 แหนมซิ่ง แหนมข้าวไรซ์เบอรี่ ผสมดอกเกลือ   “แหนม”  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 บอกความหมายว่า “แหนม น. อาหารอย่างหนึ่ง ทำด้วยหมู หมักให้เปรี้ยว” เป็นอาหารหมักดองที่คนไทยคุ้นเคยกันดีมานับแต่อดีต เป็นกรรมวิธีในการถนอมอาหารจากเนื้อสัตว์เพื่อที่จะทำให้เก็บได้นานขึ้น และยังได้อาหารชนิดใหม่ที่มีรสชาติใหม่    คนไทยในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลางทำแหนมกันแพร่หลาย โดยเรียกชื่อแตกต่างกันไปซึ่งไม่ว่าจะเรียกอย่างไรล้วนมีความหมายถึงรสเปรี้ยวที่แฝงอยู่ ภาคเหนือจะเรียกว่า “จิ๊นส้ม” หมายถึง เนื้อสัตว์ที่มีรสส้ม คือ รสเปรี้ยว มีทั้งจิ๊นส้มหมู จิ๊นส้มวัว และจิ๊นส้มควาย    ชาวอีสานก็กินแหนมกันมากและมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งแหนมหมูอย่างปกติเรียกว่า “หมูส้ม” หรือ “ส้มหมู” ไส้กรอกอีสานที่ใช้กรรมวิธีเดียวกันเพียงแต่ยัดลงไปในไส้หมู แถวเมืองพล จังหวัดขอนแก่น มี “หม่ำ” ที่ขึ้นชื่อ มีทั้งหม่ำหมู และหม่ำวัว โดยจะผสมตับลงไปด้วย หม่ำจะนิยมใส่ข้าวคั่วต่างจากการทำแหนมที่ใส่ข้าวเหนียวนึ่ง แล้วยัดลงไปในไส้หมู ไส้วัว หรือถุงน้ำดี แล้วแขวนผึ่งลมให้แห้งจนเกิด...

กลุ่ม 3 ข้าวเกรียบ Bran & Herb

รูปภาพ
กลุ่ม 3 ข้าวเกรียบ Bran & Herb ข้าวเกรียบ  หมายถึง อาหารว่างชนิดหนึ่งที่ทำจาก แป้ง เป็นส่วนประกอบหลัก อาจมีส่วนประกอบของ เนื้อสัตว์ หรือ ผัก  หรือ ผลไม้  เช่น  ปลา กุ้ง  ฟักทอง เผือก งาดำ งาขาว บดผสมให้เข้ากับเครื่องปรุงรส แล้วทำให้เป็นรูปทรงตามต้องการ นึ่งให้สุก ตัดให้เป็นแผ่นบางๆ นำไปทำให้แห้งด้วยแสงแดดหรือวิธีอื่นที่เหมาะสมอาจทอดก่อนบรรจุหรือไม่ทอดได้ ส่วนผสม  กุ้ง (หรือ ปลา ฟักทอง ปลาหมึก เห็ด ฯลฯ ) 1/2 กิโล แป้งมัน 2 1/2 กิโล  แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ  เกลือป่น 2 ช้อนโต๊ะ  กระเทียม (เอาเปลือกออก) 1 1/2 ช้อนโต๊ะ  พริกไทย 2 ช้อนโต๊ะ  น้ำ วิธีทำ  ทำความสะอาดกุ้ง เอาเนื้อกุ้งไปโขลกหรือปั่นให้ละเอียด เติมเกลือ เติมน้ำ พริกไทย กระเทียมที่ปั่นหรือโขลกแล้ว แล้วปั่นอีกครั้งจนละเอียดและเข้ากันดี  นำส่วนผสมที่ได้จากการปั่น ไปเทคลุกเคล้ากับแป้งมัน และแป้งสาลี แล้วนวดให้เข้ากันประมาณ 30-40 นาที ปั้นให้เป็นแท่งยาว สัก 5-6 แท่ง  แล้วนำไปใส่ลังถึง นึ่งประมาณ 1 ชั่วโมง เมื่อสุกแล้ว ยกลงมาทิ้งไว้ให้เย็น หั่น...

กลุ่มที่ 1 ไข่เค็มบ้านนอกไฮโซ

รูปภาพ
กลุ่มที่ 1 ไข่เค็มบ้านนอกไฮโซ   ไข่เค็มเป็นภูมิปัญญาของคนไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง ซึ่งคนสมัยก่อนทำไข่เค็มเพื่อเก็บไว้บริโภคในยามที่ขาดแคน หรือเพื่อยืดอายุการเก็บของไข่ ที่เหลือจากการบริโภคสด และถือเป็นภูมิปัญญาที่ผสมผสานกับเทคโนโลยีของชาวบ้านที่สืบทอดกันมาช้านาน ต่อมาไข่เค็มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น มีความหลากหลาย ทั้งวัตถุดิบที่ใช้เป็นส่วนผสม มีคุณประโยชนที่หลากหลาย มีรสชาติที่แตกต่างกัน ปัจจุบันมีการพัฒนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการค้า มีการไปจำหน่ายในรูปของไข่เค็มทั้งที่เป็นไข่สด และไข่ที่ต้มแล้วสามารถนำไปบริโภคได้เลย หรืออาจนำไปทำเป็นไส้ขนมต่าง ๆ เช่น ขนมเปี๊ยะ ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมบ๊ะจ่าง ตลอดจนนำใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารต่างๆ ได้อีกด้วย ในเขตพื้นที่ตำบลโคกสำโรง ผู้ริเริ่มทำไข่เค็มคนแรก คือ คุณยายสำลี ในสมัยก่อนวิธีทำจะใช้ดินเหนียวผสมเกลือแล้วนำมาพอกไข่ทิ้งไว้จนเค็มแล้วจึงนำไปต้ม หากไม่ต้องการรับประทานก็ยังไม่ต้องล้างดินออก แต่ไข่อาจมีรสชาติเค็มกว่าเดิมบ้างเล็กน้อย เมื่อปี พ.ศ. 2544 กลุ่มสตรีในเขตเทศบาลตำบลโคกสำโรง ได้รวมตัวกัน...

หน่วยการเรียนรู้ แบบบูรณาการสหวิทยาการ " ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวโคราช "

รูปภาพ
หน่วยการเรียนรู้ แบบบูรณาการสหวิทยาการ " ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาชาวโคราช " โดย คุณครูยุทธเดช  อันทอง ครู โรงเรียนบ้านจอหอ จังหวัดนครราชสีมา รับชมตัวอย่าง คลิก รับชมแผนการจัดการเรียนรู้ คลิก ชิ้นงานกลุ่ม 1 ชิ้นงานกลุ่ม 2 ชิ้นงานกลุ่ม 3 ชิ้นงานกลุ่ม 4 ชิ้นงานกลุ่ม 5